“วินาทีที่ผมถูกเรียกตัวติดทีมชาติฝรั่งเศส … น้ำตามันก็ค่อยๆไหลออกมา”

“วินาทีที่ผมถูกเรียกตัวติดทีมชาติฝรั่งเศส … น้ำตามันก็ค่อยๆไหลออกมา”

คำพูดของเด็กหนุ่มที่ต้องผ่านเรื่องราวมามากมาย เขาต้องห่างจากอ้อมอกของพ่อ และแม่ ตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อเข้าสู่เส้นทางลูกหนัง ด้วยการเป็นนักเตะเยาวชนของลีลล์ สโมสรที่ทั้งเปิด และปิดโอกาสในตัวเขา

“จุดมุ่งหมายแรกของผม ก็คือการทำให้พ่อ และแม่ภาคภูมิใจ เราต้องพบกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก ผมต้องจากพวกท่านตั้งแต่อายุ 10 ปี เพื่อเข้าสู่โรงเรียนฟุตบอลของลีลล์ มันไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งกับผม และครอบครัว เนื่องจากว่าผมเป็นลูกชายคนเดียว … พ่อ และแม่เสียสละเพื่อผมมาตลอด ผมไม่รู้จะขอบคุณยังไงดี สำหรับความพยายามทั้งหมดของพวกท่าน” เขาเริ่มเล่า

กระทั่งปี 2015 เขาถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของลีลล์ อย่างเต็มตัว ก่อนที่จะถูกปล่อยจากทีมในเวลาต่อมา ด้วยเหตุผลเพียงแค่ว่า “ดีไม่พอ” ส่งผลให้เขาต้องเลือกเส้นทางเดินใหม่ ด้วยการย้ายไปเล่นกับสตุ๊ตการ์ท ที่เวลานั้นอยู่ในระดับลีกรองของเยอรมัน ซึ่งการมาเล่นต่างแดน ทำให้เขาต้องห่างครอบครัวมากขึ้น

“บางคนสบประมาทว่า อาชีพลูกหนังของผมถึงคราวถอยหลังลงคลอง เพราะผมย้ายไปร่วมทีมที่ลงเล่นในระดับลีกาสองเท่านั้น … ผมย้ายมาต่างแดน ทั้งที่ยังไม่พิสูจน์ตัวเองในบ้านเกิดเลย บางคนบอกว่า การตัดสินใจของผมมันช่างเลวร้ายด้วยซ้ำไป” หลังจากนั้น เขาก็ทำให้เครื่องหมายคำถามค่อยๆจางหายไป เมื่อพาทีมคว้าแชมป์ และเลื่อนชั้นสู่บุนเดสลีกา เป็นผลสำเร็จ

ฤดูกาลที่ผ่านมา เขายังสร้างสถิติด้วยการเป็นนักเตะที่ลงเล่นในลีกสูงสุดครบทุกนัด และทุกนาที โดยมีกำลังใจสำคัญคือพ่อ และแม่ ที่ใช้เวลาเดินทางมาที่ประเทศเยอรมัน ครั้งละ 6 ชั่วโมง เป็นระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร เมื่อมาเชียร์ลูกชายคนนี้ ตลอดทุกเกมเหย้าที่พลพรรค “ม้าขาว” ลงแข่ง

“ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ผม และผองเพื่อนยังอยู่ในแฟนโซนที่ลีลล์ อยู่เลย (รวมตัวในฐานะแฟนบอล เพื่อเชียร์ทีมชาติฝรั่งเศส ในการแข่งขันยูโร 2016) นอกจากนี้ ปีก่อนผมยังเป็นนักเตะในระดับลีกรองด้วย” เขาบอกถึงเบื้องหลัง ที่แสดงให้เห็นว่าการติดทีมชาติฝรั่งเศส ชุดใหญ่ มีค่ามากมายแค่ไหน

“ระหว่างเกมนัดชิงชนะเลิศกับโครเอเชีย ช่วงก่อนหมดเวลา 2-3 นาที น้ำตามันก็ค่อยๆไหลออกมาอีกครั้ง” เขากล่าวทิ้งท้ายถึงฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนท์ที่นักเตะที่เคยถูกปรามาสอย่างเขา ลงสนาม และเป็นตัวจริง 6 จาก 7 เกม

เพียงแต่ครั้งนี้ ไม่ใช่น้ำตาที่ไหลออกมา เพราะถูกเรียกตัวติดทีมชาติเหมือนครั้งก่อน แต่มันคือน้ำตาที่ไหลออกมาในฐานะแชมป์ฟุตบอลโลก … แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์

ขอบคุณเนื้อหาทั้งหมดจาก

Football Vintage